ถ้าวันนี้คุณกำเงินก้อนประมาณ 1-2 ล้านบาท ไม่ว่าจะได้มาจากโบนัส เงินเก็บ หรือ Early Retire แล้วกำลังมองหาลู่ทางให้เงินมันงอกเงย ผมเชื่อว่า 2 ธุรกิจแรกที่แวบเข้ามาในหัวคือ “เปิดร้านกาแฟสวยๆ สักร้าน” หรือไม่ก็ “ร้านสะดวกซัก 24 ชั่วโมง” ที่กำลังฮิตกันทั่วบ้านทั่วเมือง
ในฐานะที่ผมเห็นตัวเลขหลังบ้านของนักลงทุนมาเยอะ ผมจะเล่าให้ฟังแบบ “ไม่โลกสวย” ครับว่า เงิน 1-2 ล้านของคุณ วางตรงไหนแล้ว “เจ็บตัวน้อยที่สุด” และ “คืนทุนไวกว่ากัน”
1. ร้านกาแฟ: ความฝันที่ (อาจ) แลกมาด้วยน้ำตา
ใครๆ ก็อยากมีร้านกาแฟครับ กลิ่นคั่วหอมๆ ร้านสวยๆ ไว้นั่งชิล แต่มุมมองของการ “ลงทุน” กับ “ไลฟ์สไตล์” มันคนละเรื่องกันเลยครับ
ทำไมร้านกาแฟถึง ‘เหนื่อย’ กว่าที่คิด?
- Red Ocean ของจริง: หันไปทางไหนก็เจอครับ ตั้งแต่แบรนด์นกแก้ว แบรนด์นางเงือก ไปจนถึง Slow bar หน้าปากซอย คู่แข่งคุณไม่ได้มีแค่ร้านข้างๆ แต่คือร้านสะดวกซื้อที่มีกาแฟสดขายด้วย
- บริหาร ‘คน’ ยากที่สุด: บาริสต้าลาออก พนักงานหน้าบึ้ง ชงไม่อร่อยเหมือนเดิม ปัญหาพวกนี้แก้ยากมาก และส่งผลกระทบต่อยอดขายทันที
- Dead Stock คือเงินที่หายไป: เมล็ดกาแฟมีอายุ นมสดบูดได้ เค้กขายไม่หมดต้องทิ้ง ทุกอย่างที่ทิ้งคือ “ต้นทุน” ที่คุณจ่ายไปแล้วทั้งนั้น
ถ้าคุณไม่ได้มี Passion แรงกล้า หรือมีสูตรเด็ดที่คนต้องต่อคิวซื้อจริงๆ เงิน 1-2 ล้านอาจจะจมไปกับการแต่งร้านและค่าวัตถุดิบได้ง่ายๆ โดยที่กระแสเงินสดกลับมาช้ามาก
2. ร้านสะดวกซัก: เสือนอนกิน ในยุคที่คนต้องการเวลา
ตัดภาพมาที่ “ร้านสะดวกซัก” (Laundromat) ธุรกิจที่ดูไม่หวือหวา ถ่ายรูปไม่สวยเท่าคาเฟ่ แต่ถ้ากาง Excel ดูตัวเลขบัญชีแล้ว หลายคนต้องร้องว้าวครับ
ทำไมถึงเรียกว่า ‘เสือนอนกิน’?
- ไม่มีของเน่าเสีย: เครื่องซักผ้าไม่มีวันบูด น้ำยาซักผ้าเก็บได้เป็นปี คุณไม่ต้องมานั่งเครียดว่าวันนี้จะขายหมดไหม
- บริหารง่าย ไม่ต้องง้อคน: เครื่องจักรทำงานแทนคุณ 24 ชั่วโมง ไม่มีการลาป่วย ไม่มีการขโมยเงิน (เพราะเป็นระบบหยอดเหรียญ/QR) คุณแค่มอนิเตอร์ผ่านมือถือ นานๆ เข้าไปดูร้านทีก็ได้
- Recession Proof: เศรษฐกิจจะดีหรือแย่ “คนก็ต้องซักผ้า” ครับ โดยเฉพาะคนอยู่หอพัก คอนโด หรือแม้แต่บ้านเดี่ยวที่ไม่อยากตากผ้าหน้าฝน ธุรกิจนี้แก้ Pain Point เรื่องความสะดวกและเวลาได้ตรงจุด
3. วัดกันหมัดต่อหมัด: อันไหนคืนทุนไวกว่า?
ด้วยงบลงทุน 1-2 ล้านบาท:
- ร้านกาแฟ: ส่วนใหญ่จะเสียไปกับค่าตกแต่งและค่าเช่าที่แพงๆ (เพื่อทำเลดี) กำไรต่อแก้วอาจจะดูเยอะ แต่พอหักค่าพนักงาน ค่าไฟ ค่าวัตถุดิบเสีย Margin สุทธิมักจะบางเฉียบ ระยะคืนทุนเฉลี่ยอยู่ที่ 3-5 ปี (ถ้าไม่เจ๊งก่อนนะครับ)
- ร้านสะดวกซัก: เงินลงทุนส่วนใหญ่ลงไปที่ “เครื่องจักร” ซึ่งเป็น Asset ที่จับต้องได้ ค่าตกแต่งไม่ต้องหรูหรามากแต่เน้นฟังก์ชัน พนักงานแทบไม่ต้องจ้าง Margin สูงเพราะหักแค่ค่าน้ำไฟแก๊ส ระยะคืนทุนเฉลี่ยอยู่ที่ 2-3 ปี หรือเร็วกว่านั้นถ้าทำเลดี
บทสรุปจากมุมมองนักลงทุน
ถ้าคุณต้องการธุรกิจที่ “เงินทำงานแทนคุณ” อย่างแท้จริง ไม่อยากปวดหัวเรื่องบริหารคน และต้องการความเสี่ยงต่ำในระยะยาว ร้านสะดวกซักคือคำตอบที่ชนะขาดในยกนี้ครับ
เริ่มต้นเสือนอนกินกับ “WashLover”
ถ้าคุณเริ่มเทใจมาทางร้านสะดวกซักแล้ว แต่ไม่อยากเสียเวลาลองผิดลองถูก หรือกลัวงบบานปลาย ผมแนะนำให้ลองดูแฟรนไชส์ของ WashLover ครับ
ทำไมต้อง WashLover?
- งบ 1-2 ล้าน เอาอยู่: แพ็กเกจเขาออกแบบมาให้เหมาะกับนักลงทุนรายย่อย ไม่ต้องกู้จนตัวแตก ได้เครื่องเกรดอุตสาหกรรมทนทาน
- ระบบหลังบ้านแน่น: เช็คยอดรายได้ผ่านมือถือ Real-time คุณไปเที่ยวต่างประเทศ เงินก็ยังไหลเข้าบัญชี
- ไม่มีค่าธรรมเนียมจุกจิก: บางเจ้าเก็บค่า Royalty Fee รายเดือนยิบย่อย แต่ที่นี่แฟร์ๆ เน้นให้คุณคืนทุนไวที่สุด
- บริการหลังการขาย: เครื่องเสียมีทีมช่างวิ่งดูให้ ไม่ปล่อยให้คุณเคว้ง
อย่าปล่อยให้เงิน 1-2 ล้านนอนนิ่งๆ ในธนาคารแพ้อัตราเงินเฟ้อครับ เปลี่ยนมันมาเป็นเครื่องปั๊มเงินกับธุรกิจที่มั่นคงดีกว่า
สนใจปรึกษาประเมินทำเลฟรี ทักเลยที่ WashLover Line Add : @120nvrrv

