ถอดบทเรียนความสำเร็จ: จากมนุษย์เงินเดือน สู่เจ้าของร้าน WashLover ที่รายได้แซงงานประจำ

เปรียบเทียบพนักงานประจำที่มีความเครียด กับเจ้าของแฟรนไชส์ WashLover ที่ประสบความสำเร็จมีรายได้แซงงานประจำ

“รายได้ทางเดียวคือความเสี่ยง” หลายคนเริ่มมองหาธุรกิจที่สามารถสร้าง Passive Income ได้จริง แต่คำถามคือ… ธุรกิจอะไรที่ตอบโจทย์คนทำงานประจำที่มีเวลาน้อย และความเสี่ยงต่ำ?

วันนี้เราจะพาทุกท่านไปพูดคุยกับ คุณพี – ธนกฤต อดีตพนักงานบริษัทด้านไอที ที่ตัดสินใจก้าวเข้าสู่ธุรกิจแฟรนไชส์สะดวกซักกับ WashLover จนปัจจุบันรายได้จากหน้าร้านแซงหน้าเงินเดือนประจำไปแล้ว อะไรคือจุดเปลี่ยน และเขามีวิธีบริหารจัดการอย่างไรให้ “งานไม่เสีย แต่เงินเพิ่ม”?

จุดเริ่มต้น: “อยากมีรายได้เพิ่ม แต่ไม่อยากทิ้งงานที่รัก”

Interviewer: สวัสดีครับคุณพี อยากให้ช่วยเล่าหน่อยครับว่าทำไมตอนนั้นถึงสนใจทำธุรกิจ และทำไมต้องเป็น WashLover?

คุณพี: “สวัสดีครับ จริงๆ ผมรักงานประจำที่ทำอยู่นะครับ แต่เรารู้สึกว่าเพดานรายได้มันจำกัด และเราอยากมีความมั่นคงสำรองไว้ให้ครอบครัว โจทย์ของผมคือต้องเป็นธุรกิจที่ ‘ไม่ต้องเฝ้า’ เพราะผมไม่มีเวลา และต้องเป็นปัจจัย 4 ที่คนจำเป็นต้องใช้ ซึ่งการซักผ้าตอบโจทย์นั้นที่สุดครับ ส่วนที่เลือก WashLover เพราะระบบหลังบ้านเขาเด่นมากครับ ดูผ่านมือถือได้ 100% และภาพลักษณ์แบรนด์ดูเป็นมิตร เข้าถึงง่าย”

เจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์ WashLover ยืนหน้าสาขาที่ประสบความสำเร็จ

ความกังวลในช่วงแรก: “จะคืนทุนเมื่อไหร่? จะดูแลไหวไหม?”

Interviewer: เชื่อว่าหลายคนที่จะเริ่มต้น มักจะมีความกังวล คุณพีมีความกังวลอะไรบ้างในตอนแรกครับ?

คุณพี: “โอ้โห… เยอะมากครับ (หัวเราะ) กังวลเรื่องทำเลว่าจะเลือกถูกไหม? กังวลเรื่องคู่แข่งเจ้าใหญ่ๆ และที่สำคัญที่สุดคือ ‘ความกังวลเรื่องการบริการ’ เพราะเราไม่ได้เข้าร้านทุกวัน ถ้าเครื่องมีปัญหาลูกค้าจะทำยังไง? แต่พอได้คุยกับทีมงาน WashLover เขาช่วยเราวิเคราะห์ทำเลด้วย Big Data และมีทีม Support ที่คอยดูแลเทคนิค 24 ชั่วโมง ความกังวลเหล่านั้นเลยค่อยๆ หายไปครับ”

ผลลัพธ์ที่เปลี่ยนชีวิต: เมื่อรายได้แซงหน้าเงินเดือน

Interviewer: หลังจากเปิดร้านมาได้สักพัก ผลลัพธ์เป็นอย่างไรบ้างครับ ทั้งในแง่ของตัวเลขและไลฟ์สไตล์?

คุณพี: “มันเกินคาดครับ ช่วง 3 เดือนแรกเราเห็น Cash Flow ที่นิ่งมาก รายได้ขยับขึ้นทุกเดือนจนปัจจุบันรายได้สุทธิ (Net Profit) จากร้านเดียวเนี่ย แซงหน้าเงินเดือนประจำของผมไปเรียบร้อยแล้ว ที่สำคัญคือผมใช้เวลาดูแลร้านจริงๆ แค่วันละไม่ถึง 30 นาทีผ่านแอปพลิเคชัน”

การบริหารจัดการที่ง่ายขึ้นด้วยเทคโนโลยี

“ผมสามารถดูได้ว่าวันนี้ยอดเข้าเท่าไหร่ เครื่องไหนทำงานอยู่ หรือเครื่องไหนมีปัญหา ผมยังไปส่งลูกที่โรงเรียนและทำงานประจำได้อย่างเต็มที่เหมือนเดิม ระบบมันช่วยให้ชีวิตสมดุลขึ้นจริงๆ ครับ”

แอปพลิเคชันเช็คยอดรายได้และสถานะเครื่องซักผ้า WashLover

ข้อคิดถึงนักลงทุนหน้าใหม่: “อย่ารอจนกว่าจะพร้อม”

Interviewer: สุดท้ายนี้ คุณพีมีอะไรอยากฝากถึงมนุษย์เงินเดือนหรือนักลงทุนที่กำลังลังเลอยู่ไหมครับ?

คุณพี: “ผมอยากบอกว่า ‘ความพร้อมไม่มีอยู่จริง’ ครับ ถ้าคุณมัวแต่รอให้ทุกอย่างสมบูรณ์แบบ คุณอาจจะเสียโอกาสในทำเลทองไป ธุรกิจสะดวกซักมันคือเรื่องของทำเลและแบรนด์ที่น่าเชื่อถือ สำหรับผม WashLover ไม่ใช่แค่การซื้อแฟรนไชส์ แต่มันคือการซื้อ ‘ระบบ’ และ ‘เวลา’ คืนมาให้ตัวเอง ถ้าผมทำได้ ทุกคนก็ทำได้จริงครับ”

ลูกค้านั่งรอซักผ้าในร้าน WashLover ที่มีการตกแต่งแบบคาเฟ่

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังมองหาโอกาสสร้างรายได้เสริมที่มั่นคงเหมือนคุณพี WashLover พร้อมเป็นพาร์ทเนอร์ที่ช่วยให้คุณก้าวข้ามความกังวลด้วยจุดเด่นดังนี้:

  • ใช้เวลาน้อย: มีระบบ IoT บริหารจัดการผ่านมือถือ
  • ความเสี่ยงต่ำ: ธุรกิจบริการที่เป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิต
  • คืนทุนไว: มีทีมผู้เชี่ยวชาญช่วยวิเคราะห์ทำเลด้วยข้อมูลจริง

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเพื่อเริ่มต้นธุรกิจของคุณได้ที่ @washlover